ทำไมคุณถึงสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน



การสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน อาจมีสาเหตุมาจากหลายๆ อย่างด้วยกัน เช่น

- เงินเดือนไม่สม่ำเสมอ หรือ รายได้ไม่แน่นอน กรณีอาจเกิดได้ในกลุ่มคนที่มีผู้ที่มีอาชีพอิสระ เงินเดือนไม่แน่นอน , ค้าขายทั่วไป , ทำ E-commerce, รวมถึง Freelance ทั้งหลาย ที่ไม่มีเอกสาร แสดงรายได้ที่แน่นอน ให้กับทางธนาคารได้ โดยทางแก้ไขสาเหตุนี้ ง่ายๆ เลยก็คือ นำเงินสดไปฝากธนาคารในช่วงวันเดียวกันในแต่ละเดือน เดือนละเท่าๆ กัน เช่น อาจจะฝาก 10,000 บาท ทุกวันที่ 25 ของเดือน หรือ นำเงินไปฝากประจำ จากนั้นก็ส่งเรื่องให้ทางธนาคารใช้เงินฝากประจำก้อนนั้นเป็นหลักประกัน ตอนนี้มีหลายธนาคารที่สามารถทำ บัตรเครดิตในรูปแบบนี้ได้ เรียกว่า การทำบัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกัน ระยะเวลาในการพิจารณา จะอยู่ที่ 16 วันทำการ (สำหรับในการพิจาณาในกรุงเทพมหานคร) และ 19 วันทำการ (สำหรับต่างจังหวัด) และจะเริ่มนับตั้งแต่ฝ่ายงานได้รับเอกสารการสมัครครบถ้วน

- อายุยังไม่ถึงคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในการทำบัตรเครดิต หากผู้สมัครมีอายุไม่ถึง 20 ปี จะไม่สามารถสมัครบัตรเครดิตเองได้ ต้องสมัครเป็น บัตรเสริมแทน โดยการสมัครบัตรเสริมจะต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครบัตรเสริม ทั้งนี้ ผู้สมัครบัตรเสริมจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ โดยค่าใช้จ่ายในบัตรเสริมจะอยู่รวมยอดอยู่ในบัตรหลัก

- หากคุณมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลา อันนี้ก็เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ เลยเช่นกันที่จะทำให้การสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน ควรเลือกปิดบางบัตรเครดิตที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง หรือ ปิดบัตรที่มีดอกเบี้ยสูงเกินไป

- กรอกข้อมูลในใบสมัครไม่ครบ ไม่ว่าจะกรอกใบสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ หรือว่ากรอกใบสมัครกับธนาคารที่คุณไปขอเปิดบัตรเครดิต ขอให้ตรวจสอบทุกบรรทัดอย่างละเอียดก่อนส่งใบสมัคร เพราะการละเลยในจุดบางจุดของใบสมัคร เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่บ้าน ที่อยู่ที่ทำงาน อาจทำให้โอกาสการอนุมัติใบสมัครบัตรเครดิตของคุณลดลง เพราะเนื่องจากทางธนาคารไม่สามารถติดต่อคุณได้

- สมัครเพื่อเอาของแถม การสมัครบริการทางการเงินเพื่อหวังเอาของแถมและบริการต่างๆ ที่มากเกินไป อาจทำให้คุณผ่อนชำระเงินคืนไม่ทันหรือลืมชำระเงิน ซึ่งจะนำไปสู่การเสียค่าธรรมเนียมที่คุณต้องไปชำระภายหลัง



แต่ถ้าคุณมีคุณสมบัติครบทุกอย่างตามที่ทางธนาคารกำหนดไว้แล้ว แต่พอส่งเอกสารขอเปิดบัตรเครดิตกับธนาคาร และได้รับคำตอบกลับจากทางธนาคารว่า “ไม่ผ่านอนุมัติ” นั่นอาจเป็นเพราะนโยบายการพิจารณาบัตรเครดิตของแต่ละสถาบันการเงินที่ต่างกัน บางที่อาจจะเข้มงวดมากในการตรวจสอบข้อมูลหลายๆ อย่าง ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหรือเสียความมั่นใจ ถ้าคุณสมบัติและเอกสารพร้อม ก็สามารถยื่นสมัครบัตรเครดิตกับสถาบันการเงินและธนาคารอื่นได้เลย

ขั้นตอนการทําบัตรเครดิต



ในการสมัครบัตรเครดิต แต่ละครั้งนั้นมีขั้นตอนในการพิจารณาค่อนข้างละเอียดและยุ่งยาก เพราะทางธนาคารที่เป็นผู้ให้เครดิต จะต้องมั่นใจว่าคุณเองสามารถรับผิดชอบในการผ่อนชำระหนี้ได้โดยไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายประจำ การให้เครดิตเงินนั้นเป็นการที่ทางธนาคาร ให้คุณนำเงินไปใช้ก่อนโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ใดๆ มาทำการค้ำประกัน ธนาคารจึงต้องตรวจสอบประวัติด้วยความละเอียดก่อน เพื่อป้องกันการเกิดหนี้สูญซึ่งส่งผลเสียต่อธนาคาร ดังนั้น หากคุณมีความพร้อมในเรื่องของการชำระเงิน ที่เหลือก็แค่เตรียมเอกสารที่ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินร้องขอมาประกอบการสมัครทำบัตรเครดิต ให้ครบ แล้วทำการยื่นเรื่องกลับไป รอให้ธนาคารตรวจสอบประวัติการเงินของคุณ และเอกสารแสดงตัวตนต่างๆให้แล้วเสร็จ โดยมีขึ้นตอนโดยละเอียด ดังนี้

1. เตรียมเอกสารต่างๆ ที่ทางธนาคารต้องการ ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติ , สำเนาทะเบียนบ้านหน้าแรกและหน้าที่มีชื่อผู้สมัคร (ยกเว้นชาวต่างชาติ)

, เอกสารแสดงรายได้ เช่น หลักฐานการจ่ายเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน เดือนล่าสุด ,สำเนาใบแจ้งยอดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน บัญชีสะสมทรัพย์ หรือบัญชีฝากประจำของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินต่างๆ ที่ท่านมี , สำเนาใบแจ้งยอดบัตรเครดิตอื่นๆ ย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี) , สำหรับเจ้าของกิจการ โปรดแนบสำเนาการจดทะเบียนบริษัท

2. กรอกเอกสารในการสมัคร ที่ทางธนาคารที่เลือก เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้ว ทางธนาคารจะบอกให้รอโทรศัพท์จากทางธนาคารประมาณ 2 สัปดาห์

3. หากท่านให้เบอร์ที่ทำงานกับทางธนาคารไป ทางธนาคารจะโทรมาสอบถามข้อมูลที่เบอร์ที่ทำงานของท่าน เพราะส่วนหนึ่ง ทางธนาคารต้องการตรวจสอบด้วยว่า ท่านทำงานจริงๆ (ในระยะเวลา 2 สัปดาห์)

4. หากบัตรเครดิตผ่านแล้ว ทางธนาคารจะโทรมาแจ้งว่าผ่าน และจะส่งบัตรเครดิตมาให้ท่าน ตามที่อยู่ที่กรอกไว้ในใบสมัครกับทางธนาคาร

หากคุณเป็นคนที่มีเกณฑ์ด้านรายได้ผ่านเงื่อนไขของธนาคารบวกกับมีประวัติการผ่อนชำระเงินที่ดี ไม่ติดแบล็คลิสต์ในเครดิตบูโร ก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าคุณสามารถเป็นเจ้าของบัตรเครดิตที่คุณต้องการได้ และสิ่งสำคัญเมื่อได้บัตรมาแล้ว ก็ควรใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ใช้จ่ายเกินตัว จนเป็นหนี้ดอกเบี้ยท่วมหัว เพราะทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย และโปรดใช้สติ การตัดสินใจที่ดีก่อนใช้บัตรทุกครั้ง เพราะมิฉะนั้นบัตรเครดิตจะกลายเป็นให้โทษต่อตัวท่านเอง

แต่ในกรณีที่สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน ก็จะมีโทรศัพท์จากทางธนาคารโทรมามาแจ้งท่านเช่นกัน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุข้อผิดพลาดของการยื่นรับอนุมัติบัตรเครดิต เช้น เอกสารไม่ครบ หรือ ไม่ละเอียดพอ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในการยื่นเอกสารครั้งต่อไป

คุณสมบัติสมัครบัตรเครดิตที่สำคัญ



ในปัจจุบันนี้การมีบัตรเครดิต ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญไปแล้วสำหรับการใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่จะพกบัตรเครดิตติดตัวกันอย่างน้อยหนึ่งใบ เหตุผลที่ถือบัตรหลายๆ ใบเพราะบัตรเพียงหนึ่งใบไม่สามารถตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตของเราได้ครอบคลุม ทั้งพฤติกรรมการกิน การเที่ยวหรือช้อปปิ้ง การใช้บัตรเครดิตสามารถนำมาใช้แทนเงินสดได้ ทำให้ผู้ถือบัตรไม่จำเป็นต้องพกเงินสดติดตัวเยอะ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายและอาชญากรรม ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้คนในยุดนี้นิยมใช้บัตรเครดิตอย่างแพร่หลายมากขึ้น ดังนั้น หลายคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทำงานและมีเงินเดือนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 15,000 บาท ก็เริ่มมีความคิดที่จะ ทำบัตรเครดิต ทันที แต่ในมุมมองของธนาคาร ผู้สมัครจำเป็นต้องมีคุณสมบัติตามที่ทางธนาคารกำหนดไว้เช่นกัน จึงจะสามารถส่งเรื่องขอเปิดบัตรเครดิตได้ เพื่อแก้ปัญหาการขออนุมัติบัตรเครดิตแล้วไม่ผ่าน หรือให้ผ่านได้ง่ายขึ้น เคล็ดลับการ สมัครบัตรเครดิตให้อนุมัติไว แบบง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณได้รับอนุมัติและเป็นเจ้าของบัตรได้ด้วยการยื่นหลักฐานประกอบการสมัครเพียงครั้งเดียวมาแนะนำกัน

1. มีประวัติการเงินที่ดีและสามารถให้ธนาคารตรวจสอบได้

ทางธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตนั้น ส่วนมากแล้วจะสืบประวัติทางการเงินของคุณว่าคุณมีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร แล้วถ้าหากประวัติไม่ดี มีภาระหนี้สินมาก หรือผิดนัดชำระหนี้บ่อยๆ การขอ ทำบัตรเครดิต ของคุณก็จะยาก และไม่ผ่านการอนุมัติ ดังนั้น ควรเตรียมประวัติการเงินให้ดีก่อนยื่นขอ ทำบัตรเครดิต โดยไม่มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้บ่อยๆ

2. จ่ายหนี้ตรงเวลาสร้างเครดิต

สมัครบัตรเครดิต เมื่อเรากรอกประวัติส่วนตัวให้ทางธนาคารเรียบร้อยแล้ว ทางธนาคารจะตรวจสอบเคดิตบูโร ว่าผู้ที่มาสมัครบัตรนั้นเป็นผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้อย่างไร หากการชำระหนี้ของคุณตรงเวลา ไม่ผิดนัดชำระหรือไม่ เมื่อคุณยื่นทำเรื่องขออนุมัติบัตรเครดิต ก็มีโอกาสสูงที่จะผ่านการสมัครบัตร

3. เอกสาร สลิปและบัญชีเงินเดือน

อีกสิ่งที่สำคัญต่อการขออนุมัติบัตรเครดิต ก็คือสลิปเงินเดือน และรายการบัญชีย้อนหลังของคุณ ธนาคารต้องการความมั่นใจว่าคุณเป็นบุคคลผู้มีรายได้สม่ำเสมอ มีการงานที่มั่นคง เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณต้องทำ คือ คุณควรเตรียมสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน หรือสลิปเดือนล่าสุด และบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนให้พร้อม ก่อนยื่นขอ ทำบัตรเครดิต และควรขอหนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทไว้ด้วยเช่นกัน แนบเพิ่มไปด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณมีงานทำจริง

4. สถานที่ในการสมัคร

ในปัจจุบันคุณสามารถ สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ได้ เพื่อช่วยในเรื่องของความสะดวก ประหยัดเวลาและเงินในการเดินทาง หรือ การสมัครผ่านตัวแทนธนาคาร ข้อดีทั้งสองแบบนั้นมีความต่างกันคือ หากเรายื่นเอกสารสมัครด้วยตนเองที่ธนาคาร ทางพนักงานจะสอบถามประวัติอีกครั้งก่อนสมัคร ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจในสิทธิประโยชน์และเลือกใช้งานบัตรได้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระได้ดีกว่า ส่วนการสมัครบัตรเครดิตออนไลน์นั้น จะเน้นเรื่องความสะดวกคือสามารถกรอกข้อมูล เมื่อไร ที่ไหนก็ได้ เมื่อผ่านอนุมัติบัตรเครดิต ทางธนาคารจะดำเนินเรื่องและส่งบัตรเครดิตมาให้ใช้งานภายใน 2 สัปดาห์ แต่ในกรณีที่สมัครไม่ผ่าน ก็จะมีโทรศัพท์มาแจ้ง เพื่อให้ทราบว่าการสมัครไม่ผ่าน

รายการค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตของแต่ละ Package



ค่าธรรมเนียมในการทำบัตรเครดิต บางธนาคารอาจจะเสียเมื่อแรกเข้าทำบัตร หรือ บางธนาคารอาจจะเสียเป็นค่าธรรมเนียมรายปี แต่ละธนาคารมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ตามอ่านรายละเอียดตัวอย่างด้านล่างได้เลยค่ะ

1. KTC

- บัตรเครดิต KTC-Bangkok Hospital Group Visa Platinum ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิตกรุงไทย KTC Samitivej Visa Platinum ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิต KTC-Travel Visa Platinum ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิต KTC Bangkok Airways Visa Platinum ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิต KTC-Travel Titanium MasterCard ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิตกรุงไทย KTC-Future Titanium MasterCard ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิตกรุงไทย KTC-Porsche Titanium MasterCard ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิตกรุงไทย KTC-Thonburi Titanium MasterCard ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิต KTC-Bangchak Titanium MasterCard ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

- บัตรเครดิต KTC Cash Back Titanium MasterCard ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

2. ธนาคารกสิกรไทย

- บัตรเดอะวิสดอม กสิกรไทย (วีซ่า อินฟินิท) ไม่เสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า แต่รายปีบัตรหลักและบัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียม 70,000 บาท ต่อปี

- บัตรเดอะวิสดอม กสิกรไทย ไม่เสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า แต่รายปีบัตรหลักและบัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียม 30,000 บาท ต่อปี

- บัตรเดอะพรีเมียร์กสิกรไทย/บัตรเมืองไทยสไมล์เครดิตการ์ด พิงค์โกลด์/บัตรเครดิตร่วมคิง เพาเวอร์ – กสิกรไทย วีซ่า ซิกเนเจอร์ ไม่เสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า แต่รายปีบัตรหลักและบัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียม 10,000 บาท ต่อปี

- บัตรเครดิตวีซ่า เพย์เวฟ – กสิกรไทย บัตรหลักเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า 600 บาท รายปีบัตรหลักและบัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียม 1,050 บาท ต่อปี

- บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดไทเทเนียม – กสิกรไทย บัตรหลักเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า 1,100 บาท รายปีบัตรหลักและบัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียม 1,600 บาท ต่อปี

3. Citibank

- บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ บัตรหลักจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 7,900 บาท ต่อปี (ไม่รวมค่าภาษี)และจะได้รับบัตร Priority pass ด้วย บัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียม 1,900 บาท ต่อปี โดยไม่รวมค่าธรรมเนียมเช่นกัน

- บัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด บัตรหลักและบัตรเสริมจะฟรีค่าธรรมเนียมในปีแรก ปีถัดไปบัตรหลักจะเสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท บัตรเสริม 1,000 บาท

- บัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม บัตรหลักและบัตรเสริมจะฟรีค่าธรรมเนียมในปีแรก ปีถัดไปบัตรหลักจะเสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท บัตรเสริม 1,000 บาท

- บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์ บัตรหลักและบัตรเสริมจะเสียค่าธรรมเนียมในปีแรก 10,000 บาท ปีถัดไปบัตรหลักจะเสียค่าธรรมเนียม 10,000 บาท บัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท

4. ธนาคารกรุงเทพ

- บัตรอินฟินิท ธนาคารกรุงเทพ ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม เสียค่าธรรมเนียมรายปี 30,000 บาทต่อปี

- บัตรเครดิตวีซ่า แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ บัตรหลัก เสียค่าแรกเข้า 1,000 บาท รายปีเสียค่าธรรมเนียม 3,000 บาทต่อปี บัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียมรายปี 3,000 บาทต่อปี

- บัตรไทเทเนียม ธนาคารกรุงเทพ บัตรหลัก เสียค่าแรกเข้า 1,000 บาท รายปีเสียค่าธรรมเนียม 1,500 บาทต่อปี บัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียมรายปี 1,500 บาทต่อปี

ทําบัตรเครดิตต้องใช้อะไรบ้าง



การทำบัตรเครดิตสักหนึ่งใบไว้ใช้ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขอย่างไร สามารถอ่านอ่านรายละเอียดด้านล่างได้เลยค่ะ เงื่อนไขที่เป็นคุณสมบัติทั่วไปของการสมัครเครดิต คือ ผู้สมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และมีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน โดยรายได้ดังกล่าวนี้ หมายถึงเงินเดือนรวมทั้งรายได้ประจำอื่นๆ (อาจจะมาจากค่าล่วงเวลา , ค่าคอมมิชชั่น หรือรายได้จากทางอื่นๆ)

เอกสารที่ผู้สมัครต้องเตรียมไปในการสมัครบัตรเครดิต

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติ (ถ้าไม่ได้เตรียมสำเนาไป ทางธนาคารจะขอตัวจริงเพื่อนำไปถ่ายเป็นสำเนาให้)

- สำเนาทะเบียนบ้านหน้าแรกและหน้าที่มีชื่อผู้สมัคร (ยกเว้นชาวต่างชาติ) (ถ้าไม่ได้เตรียมสำเนาไป ทางธนาคารจะขอตัวจริงเพื่อนำไปถ่ายเป็นสำเนาให้)

- เอกสารแสดงรายได้ เช่น หลักฐานการจ่ายเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย
สำเนาใบยื่นเสียภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.) พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงินการเสียภาษีประจำปีล่าสุด

- สำเนาใบแจ้งยอดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน บัญชีสะสมทรัพย์ หรือบัญชีฝากประจำของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินต่างๆ ที่ท่านมี

- สำเนาใบแจ้งยอดบัตรเครดิตอื่นๆ ย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี)

- สำหรับเจ้าของกิจการ โปรดแนบสำเนาการจดทะเบียนบริษัท

แต่สำหรับผู้ที่มีอาชีพอิสระ เงินเดือนไม่แน่นอน, ค้าขายทั่วไป , ทำ E-commerce, รวมถึง Freelance ทั้งหลายที่ต้องการจะสมัครบัตรเครดิต หลายคนอาจจะเคยสมัครมาแล้ว และส่วนใหญ่คนที่มีรายได้ไม่แน่นอนก็จะสมัครไม่ผ่าน เนื่องจากทางธนาคารแจ้งว่า ไม่มีเอกสาร แสดงรายได้ที่แน่นอน เช่น ธนาคารต้องการสลิปเงินเดือน แต่ถึงแม้บางคนอาจจะมีเงินเข้ามาในบัญชีเป็นแสนต่อเดือนก็ตาม

ในความจริงแล้ว ไม่ยากเลย คนที่ไม่มีสลิปเงินเดือน หรือไม่มีรายได้ประจำก็สามารถมีบัตรเครดิตได้ โดยการนำเงินไปฝากในช่วงวันเดียวกันในแต่ละเดือน เดือนละเท่าๆ กัน เช่น อาจจะฝาก 10,000 บาท ทุกวันที่ 25 ของเดือน หรือนำเงินไปฝากประจำ จากนั้นก็ส่งเรื่องให้ทางธนาคารใช้เงินฝากประจำก้อนนั้นเป็นหลักประกัน ตอนนี้มีหลายธนาคารที่สามารถทำ บัตรเครดิตในรูปแบบนี้ได้ เรียกว่า การทำบัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกันระยะเวลาในการพิจารณา จะอยู่ที่ 16 วันทำการ (สำหรับในการพิจาณาในกรุงเทพมหานคร) และ 19 วันทำการ (สำหรับต่างจังหวัด) และจะเริ่มนับตั้งแต่ฝ่ายงานได้รับเอกสารการสมัครครบถ้วน

แต่หากผู้สมัครมีอายุไม่ถึง 20 ปี จะไม่สามารถสมัครบัตรเครดิตเองได้ ต้องสมัครเป็น บัตรเสริมแทน โดยการสมัครบัตรเสริมจะต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครบัตรเสริม ทั้งนี้ ผู้สมัครบัตรเสริมจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ โดยค่าใช้จ่ายในบัตรเสริมจะอยู่รวมยอดอยู่ในบัตรหลัก

เลือกสมัครบัตรเครดิตธนาคารไหนดีนะ



ในปัจจุบัน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีบัตรเครดิต ทำให้การใช้จ่ายมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น แต่การทำบัตรเครดิตสักหนึ่งใบนั้น ผู้สมัครเองก็ต้องหาบัตรเครดิตที่เหมาะกับตัวเอง ลองสังเกตดูว่ากิจกรรมใดที่เราทำบ่อยๆ เช่น

- ชอบช้อปปิ้งที่ Central ก็ควรมีบัตรเครดิต เซ็นทรัลการ์ด ซึ่งก็มีบัตรให้เลือกมากมาย เช่น เซ็นทรัล เครดิตการ์ด โกลด์ , เซ็นทรัล เครดิตการ์ด เรด , เซ็นทรัล เครดิตการ์ด คลาสสิค , ซิมเพิล วีซ่า การ์ด , เซ็นทรัล เครดิตการ์ด ไวท์โกลด์ , เซ็นทรัล เครดิตการ์ด แพลทินัม , เซ็นทรัล เครดิตการ์ด เดอะแบล็ค , เซ็นทรัล เครดิตการ์ด แบล็ค ,

- ชอบใช้บริการด้านสุขภาพกับ โรงพยาบาลกรุงเทพ ก็ควรมี บัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นร่วมกับ โรงพยาบาลกรุงเทพ เช่น บัตรเครดิต โรงพยาบาลกรุงเทพ-กสิกรไทย

- ถ้าชอบแบบใช้จ่ายผ่านบัตรแล้วได้เงินคืน เช่น บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดไทเทเนียมกสิกรไทย รับเงินคืนสูงสุด 1% จากยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ณ สถานีบริการน้ำมัน , ซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหาร , บัตรเครดิตชิตี้แบงค์แคชแบ็ก แพลตตินั่ม รับเงินคืน 1% สำหรับทุกยอดการจ่าย , บัตรเครดิตธนชาตไดร์ฟ วีซ่าแพลทินั่ม รับเงินคืน 1.5% สำหรับทุกยอดการใช้จ่าย ณ สถานีบริการน้ำมันทั่วโลก , บัตรเครดิตไทเทเนียม ธนาคารกรุงเทพ รับเงินคืนสูงสุด 2% เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายเกิน 200,000 บาท ขึ้นไป , บัตรเครดิตกรุงศรี วีซ่า แพลทินั่ม รับเงินคืน 2% ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วไทย , บัตรเครดิตไทเทเนียม โรงพยาบาลรามาธิบดี ธนาคารกรุงเทพ รับเงินคืน 2% ทุกยอดการใช้จ่าย , บัตรเครดิต เทสโก้ วีซ่าทอง รับเงินคืนสุงสุด 2.5% จากยอดการใช้จ่ายที่เทสโก้โลตัส , บัตรเครดิตอิออนการ์ด รับเงินคืนสูงสุด 3% จากยอดการใช้จ่ายที่ร้านอาหาร , บัตรเครดิตธนชาตไดร์ฟ มาสเตอร์การ์ดแพลทินั่ม รับเงินคืน 3.1% จากยอดการใช้จ่าย ณ สถานีน้ำมันที่ร่วมรายการ , บัตรเครดิต เทสโก้ วีซ่า แพลทินั่ม รับเงินคืนสูงสุด 3.5% จากยอดการใช้จ่ายที่ห้างเทสโก้ โลตัส



ชอบแบบใช้จ่ายผ่านบัตรแล้วได้สะสมไมล์แลกตั๋วเครื่องบิน เช่น Aeon Royal Orchid Plus Platinum ทุกการใช้บัตร 20 บาท สามารถแลกได้ 1 ไมล์ , THAI American Express Platinum Credit Card ได้ 13.33 บาท = 1 ไมล์

(ถ้าใช้จ่ายเกิน 1,000,000 บาทต่อปี) , Citibank Royal Orchid Plus Preferred ได้ 13.33 บาท = 1 ไมล์
(ถ้าใช้จ่ายเกิน 1,000,000 บาทต่อปี) , Citibank Ultima / Ultima Metal ให้อัตราการปั๊มไมล์อยู่ที่ 16.67 บาท = 1 ไมล์ , Krungsri Exclusive Signature ได้ 20 บาท = 1 ไมล์ (ถ้าใช้จ่ายที่ต่างประเทศครบ 200,000 บาท) , Krungsri Signature 20 บาท = 1 ไมล์ (ถ้าใช้จ่ายที่ต่างประเทศครบ 200,000 บาท) , Standard Chartered VISA Platinum Elite ได้ 15 บาท = 1 ไมล์

ซึ่งการทำบัตรเครดิตที่ตรงกับกิจกรรมที่เราทำมากที่สุด จะทำให้สามารถประหยัดค่าใช่จ่ายในหลายๆ ส่วนได้มากทีเดียว

วิธีเช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคารต่าง ๆ

โดยปกติแล้ว เมื่อเราทำการสมัครบัตรเครดิตไปแล้ว ส่วนมากจะต้องรอเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในการรอให้ทางธนาคารติดต่อกลับมา หรือลูกค้าบางรายอาจจะต้องใช้เวลานานเป็นเดือน ในการรอทางธนาคารอนุมัติ ซึ่งเราสามารถโทรไปเช็คกับทางธนาคารได้ว่า เรื่องในการขอบัตรเครดิตของเรานั่น ถึงขั้นตอนใดแล้ว หรือ ถ้าไม่สะดวกในการโทรไปสอบถามข้อมูลกับทาง Call Center ของธนาคาร เราก็สามารถเช็คในเว็บไชต์ของแต่ละธนาคารได้


1.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย หรือผลอนุมัติบัตรเครดิต KTC
ถ้าสมัครบัตร KTC ของธนาคารกรุงไทย (KTB) สามารถใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนตรวจสอบผลอนุมัติบัตรเครดิตได้เลย ที่เว็บไซต์ หากผ่านแล้วในเว็บจะขึ้นข้อมูลเจ้าของบัตร วันที่ผ่านการอนุมัติบัตร และใช้บัตรประเภทใด หรือโทรสอบถามได้ที่ KTC PHONE 02 665 5000

  • เบอร์โทรศัพท์ : 02-665-5000
++++++++++++++++
แนะนำบัตรเครดิตที่น่าสนใจ 
(สมัครผ่านธนาคารโดยตรง)

  • บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ
  • รายได้ขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน
  • ดอกเบี้ย 20% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฟรี !!
  • ค่าธรรมเนียมรายปี 7,900 บาท
  • ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน
  • อ่านรีวิวบัตรเครดิตนี้ Click ที่นี่
++++++++++++++++


2.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารซิตี้แบงค์ CitiBank
เช็คผลสมัครบัตรเครดิตของธนาคาร Citibank สามารถตรวจสอบผลการสมัครโดยการโทรไปสอบถามได้ที่ Call Center โฟนแบงก์กิ้ง โทร 1588 (โทรภายในประเทศ) หรือ +66-2232-2484 (โทรจากต่างประเทศ) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้
  • เบอร์โทรศัพท์ : 1588

++++++++++++++++
แนะนำบัตรเครดิตที่น่าสนใจ 

(สมัครผ่านธนาคารโดยตรง)
  • บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รีวอร์ด
  • รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ดอกเบี้ย 20% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฟรี !!
  • ค่าธรรมเนียมรายปี ฟรี !!
  • ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน
  • อ่านรีวิวบัตรเครดิตนี้ Click ที่นี่
++++++++++++++++
3.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยา
สมัครของธนาคารกรุงศรี สามารถตรวจสอบผลการสมัครได้ 2 ช่องทาง คือ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น FirstChoice Mobile à เลือกเมนูของฉัน à คลิกเมนูย่อย เช็คสถานะใบสมัครบัตร หรือ โทรสอบถามได้ด้วยตนเองที่ฝ่ายบริการลูกค้ากรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ โทร. 0-2345-6789

  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้
  • Link ดาวน์โหลด App เช็คผล : Android / iOS
  • เบอร์โทรศัพท์ : 0-2345-6789

++++++++++++++++
แนะนำบัตรเครดิตที่น่าสนใจ 

(สมัครผ่านธนาคารโดยตรง)
  • บัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม
  • รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ดอกเบี้ย 20% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฟรี !!
  • ค่าธรรมเนียมรายปี ฟรี !!
  • ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน
  • อ่านรีวิวบัตรเครดิตนี้ Click ที่นี่
++++++++++++++++
4.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์
สมัครของธนาคารไทยพานิชย์ (SCB) สามารถตรวจสอบผลการสมัครโดยการโทรไปสอบถามได้ที่ Call Center โทร. 027777777 หรือสอบถามได้ที่ธนาคารที่ได้ไปสมัครไว้

  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้
  • เบอร์โทรศัพท์ : 027-777-777

++++++++++++++++
แนะนำบัตรเครดิตที่น่าสนใจ 

(สมัครผ่านธนาคารโดยตรง)
  • บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์
  • รายได้ขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน
  • ดอกเบี้ย 20% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฟรี !!
  • ค่าธรรมเนียมรายปี ฟรี !!
  • ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน
  • อ่านรีวิวบัตรเครดิตนี้ Click ที่นี่
++++++++++++++++
5.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย
สมัครของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สามารถตรวจสอบผลการสมัครโดยการโทรไปสอบถามได้ที่ Call Center โทร. 02-8888888 กด 00.

  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้

++++++++++++++++
แนะนำบัตรเครดิตที่น่าสนใจ 
(สมัครผ่านธนาคารโดยตรง)

  • บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส ซีเล็คท์
  • รายได้ขั้นต่ำ 30,000 บาท/เดือน
  • ดอกเบี้ย 20% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฟรี !!
  • ค่าธรรมเนียมรายปี ฟรี !!
  • ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน
  • อ่านรีวิวบัตรเครดิตนี้ Click ที่นี่
++++++++++++++++
6.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ

สมัครของธนาคารกรุงเทพ สามารถตรวจสอบผลการสมัครโดยการโทรไปสอบถามได้ที่ Call Center ติดต่อเจ้าหน้าที่บริการบัวหลวงโฟน ที่หมายเลข 1333 กด 162 หรือ (66) 0-2645-5555 กด 162 หรือ ส่งอีเมลไปที่ info@bangkokbank.com
  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้
  • เบอร์โทรศัพท์ : 1333 ต่อ 162
  • เบอร์โทรศัพท์ : 02-645-5555 ต่อ 162
++++++++++++++++
แนะนำบัตรเครดิตที่น่าสนใจ 
(สมัครผ่านธนาคารโดยตรง)
  • บัตรเครดิตซิตี้เอ็ม วีซ่า ซีเล็คท์
  • รายได้ขั้นต่ำ 150,000 บาท/เดือน
  • ดอกเบี้ย 20% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฟรี !!
  • ค่าธรรมเนียมรายปี ฟรี !!
  • ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน
  • อ่านรีวิวบัตรเครดิตนี้ Click ที่นี่
++++++++++++++++
7.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี

สมัครของธนาคารยูโอบี (UOB) สามารถตรวจสอบผลการสมัครได้ที่ ศูนย์ธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs 26 แห่งทั่วประเทศ , ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ , Biz Call Center โทร. 0-2343-3555 , ศูนย์บริการลูกค้าธนาคารยูโอบี โทร. 0-2285-1555
-
  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้
  • เบอร์โทรศัพท์ : 0-2285-1555
++++++++++++++++
8.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารทหารไทย TMB

สมัครของธนาคารทหารไทย (TMB) สามารถตรวจสอบผลการสมัครโดยการโทรไปสอบถามได้ที่ Call Center  โทรติดต่อบริการลูกค้าสัมพันธ์ 1558  โทรจากต่างประเทศ +662 299 1558

  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้
  • เบอร์โทรศัพท์ : 1558

++++++++++++++++
แนะนำบัตรเครดิตที่น่าสนใจ 

(สมัครผ่านธนาคารโดยตรง)

++++++++++++++++
9.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตของอิออน (AEON)
สมัครบัตรเครดิตของอิออน (AEON) หากต้องการสอบถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลทั่วไป สามารถตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์ผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทรติดต่อ 02-6650123 เมื่อเราโทรไปตรวจสอบผลการสมัครจากเสียงตอบรับอัตโนมัติแล้ว เสียงตอบรับอัตโนมัติจะบอกว่า ผลการสมัครได้รับการอนุมัติแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการจัดส่งบัตรค่ะ


  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้
  • เบอร์โทรศัพท์ : 02-6650123

++++++++++++++++
แนะนำบัตรเครดิตที่น่าสนใจ 

(สมัครผ่านธนาคารโดยตรง)

++++++++++++++++

10.เช็คผลอนุมัติบัตรเครดิตธนาคารธนชาต
สมัครของธนาคารธนชาต สามารถตรวจสอบผลการสมัครบัตรเครดิตโดยการโทรไปสอบถามได้ที่ Call Center โทรติดต่อ 1770

  • Link เช็คผลอนุมัติออนไลน์ : ยังไม่สามารถใช้งานได้
  • เบอร์โทรศัพท์ : 1770

-          

ทำความเข้าใจ ถ้าใครอยากสมัครบัตรเครดิต


มนุษย์เงินเดือนหลายๆ คน คงคิดไม่ตกสำหรับการคิดว่าจะสมัครบัตรเครดิต หรือไม่สมัครบัตรเครดิตดี ซึ่งในปัจจุบันการทำบัตรเครดิตก็ง่ายนิดเดียว และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นสิ่งล่อตา ล่อใจ ให้มนษย์เงินเดือน อย่างเราๆ ตัดสินใจทำบัตรเครดิต และอีกอย่าง การได้ผ่อนสินค้า แบบ 0% การไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปีในการเปิดบัตร ก็เป็นสิ่งล่อตาล่อใจ เช่นเดียวกัน เพราะการเก็บเงินมากๆ สักก้อนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งในปัจจุบัน ถ้าเรามีฐานเงินเงินแค่ 15,000 บาท ก็สามารถที่จะเปิดบัตรเครดิตได้แล้ว และยังมีหลากหลายธนาคาร หลากหลายการใช้งาน ทั้งสะสมแต้มแลกของรางวัล สะสมแลกไมล์ไปเที่ยว สะสมแต้มแลกตั๋วดูหนัง รวมไปถึงการได้เงินคืน หลังจากการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านบัตรเครดิต และหลากหลายรูปแบบ เช่น รวมกับเครือห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์สโตร์ต่างๆ ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ต่างๆ ในการซื้อสินค้าแล้วได้ส่วนลด กี่เปอร์เซนต์ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ทางธนาคารตกลงกับห้างสรรพสินค้าไว้ ดังนั้นการที่จะทำบัตรเครดิตไว้ใช้สักหนึ่งใบ ก็ควรที่จะศึกษาให้ดีก่อนว่าแต่ละรูปแบบที่ระบุในบัตรมีส่วนไหนที่ตรงกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และตัดสินใจเลือกใช้ธนาคารที่มีความน่าไว้วางใจ ความมั่นคงทางการเงิน และให้ตรงกับการใช้งานในชีวิตประจำวันเราให้ได้มากที่สุด

                ซึ่งการมีบัตรเครดิต ก็เหมือนเป็นดาบสองคม ถ้ารู้จักใช้ให้ดี ให้เกิดประโยชน์ มันก็จะให้ประโยชน์กับตัวเอง และถ้าหากใช้ไม่เป็น มันก็ให้โทษกับตัวเองได้เช่นกัน ดังนั้นเราควรที่จะวางแผนการใช้งานบัตรเครดิต และดูสภาพทางการเงินของเราว่า สามารถทำบัตรเครดิตได้หรือไม่ สามารถชำระเงินได้ตรงตามเวลาได้หรือไม่ เพราะบางคนเปิดบัตรเครดิตไว้หลากหลายธนาคาร เพราะคิดว่าตนเองนั้นสามารถบริหารการใช้งานได้ แต่ถึงเวลาจริงๆ สุดท้ายแล้วไม่สามารถชำระเงินตามที่ตกลงไว้ได้ ก็ทำให้เป็นหนี้ เป็นสินได้เช่นกัน เพราะคิดแต่ว่าเปิดบัตรแล้วจะใช้รูดอย่างเดียว ไม่วางแผนการใช้งาน ว่าบัตรนี้มีรอบการชำระเงินเมื่อไร บางคนลงทุนเปิดบัตรเครดิตอีกใบเพื่อที่จะนำมาปิดรอบการใช้งานของบัตรเครดิตอีกใบก็มี 

ซึ่งถ้าหากเรามีประวัติการชำระเงินที่ตรงเวลา ทางธนาคารก็อาจจะให้เครดิตเราในการเพิ่มวงเงินในการใช้งานให้ แต่นั่นก็เป็นดาบสองคมอีกเช่นกัน ยิ่งมีเงินเยอะ เราก็ยิ่งใช้งานเยอะ เป็นหนี้สินเยอะ ดังนั้น ก่อนเปิดบัตรเครดิต หรือ ก่อนการซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ เราก็ควรคิดให้ดีก่อนว่า เราสามารถที่จะชำระเงินไหวหรือไม่

รีวิวบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด


บัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด  เป็นบัตรเครดิตของธนาคาร Citi Bank โดยคุณสมบัติเบื้องต้นของการสมัครบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด นี้ผู้สมัครจะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องมีรายได้อย่างน้อย 15,000 บาทขึ้นไป สำหรับคนไทย  และ 80,000 บาทขึ้นไปสำหรับชาวต่างชาติ โดยเอกสารที่จะต้องใช้ในการสมัครจะประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองรายได้หรือสลิปเงินเดือน เดือนล่าสุด และสำเนาบัญชีส่วนตัวย้อนหลัง 3 เดือน และถ้าเป็นชาวต่างชาติ จะต้องใช้ สำเนาหนังสือเดินทาง และใบอนุญาตในการทำงาน หนังสือรับรองรายได้หรือสลิปเงินเดือน ในเดือนล่าสุด และสำเนาบัญชีส่วนตัวย้อนหลัง 3 เดือน ซึ่งบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด จะมีทั้งบัตรหลัก และบัตรเสริม โดยทั้งบัตรหลักและบัตรเสริมจะฟรีค่าธรรมเนียมในปีแรก ปีถัดไปบัตรหลักจะเสียค่าธรรมเนียม 1,900 บาท บัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียมเพียง 950 บาท โดยค่าธรรมเนียมรายปีนี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม  และถ้าหากมีการใช้จ่ายผ่านทั้ง บัตรหลักและบัตรเสริม ของบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด  ถึงอัตราค่าธรรมเนียมที่ทางธนาคารกำหนด ( 200,000 บาท/12 รอบบัญชี ) จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีอัตโนมัติทันที

โดยบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด เป็นบัตรเครดิตเดียว ที่มอบความคุ้มค่าสูงสุดที่แม็คโคร รับ 1คะแนนสะสมซิตี้รีวอร์ด จากทุกๆ 100 บาท ของยอดใช้จ่ายภายในแม็คโครและรับ 1คะแนนสะสมซิตี้รีวอร์ด จากทุกๆ 25 บาท ของยอดใช้จ่ายภายนอกแม็คโคร , รับเครดิตเงินคืนเข้าบัญชี 1% เมื่อเติมน้ำมันที่ปั้มเชลล์ ครบทุก 800 บาทต่อเซลล์สลิป แต่ต้องไม่เกิน 1,600 บาทต่อเซลล์สลิป และสูงสุดถึง 4,800 บาทต่อเดือน , มีระยะเวลาในการชำระเงินคืนโดยปราศจากดอกเบี้ยนานสูงสุดถึง 55 วัน , เบิกเงินสดได้สูงสุด 100% ของวงเงิน ผ่านตู้เอทีเอ็ม และฟรี ค่าธรรมเนียมรายปี ปีแรก และเมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด 200,000 บาทขึ้นไป ต่อ 12 รอบบัญชี สำหรับปีถัดไป

การแลกคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด รับ 1 คะแนนซิตี้ รีวอร์ด จากทุกๆ 100 บาทของยอดใช้จ่ายภายในแม็คโคร และ รับ 1 คะแนนซิตี้ รีวอร์ด จากทุกๆ 25 บาท ของยอดใช้จ่ายภายนอกแม็คโคร แลกรับบัตรกำนัลแม็คโคร ส่วนลดทันที ณ จุดขาย และค่าธรรมเนียมรายปี จำกัดคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด สูงสุดไม่เกินปีละ 150,000 คะแนน และ คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ดนี้ไม่มีวันหมดอายุ


นอกจากนี้ลูกค้ายังได้รับสิทธิในการคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 200,000 เหรียญสหรัฐต่อบัตร เมื่อชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด , วงเงินชดเชยสูงสุด 200 เหรียญสหรัฐต่อสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด หากกระเป๋าเดินทางหรือเที่ยวบินล่าช้า , วงเงินชดเชยสูงสุด 700 เหรียญสหรัฐต่อสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด หากกระเป๋าเดินทางสูญหายระหว่างการเดินทาง