รีวิวบัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด - CitiBank



บัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด เป็นบัตรเครดิตของธนาคาร Citi Bank โดยคุณสมบัติเบื้องต้นของการสมัครบัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด นี้จะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องมีรายได้อย่างน้อย 15,000 บาทขึ้นไปสำหรับคนไทย  80,000 บาทขึ้นไปสำหรับชาวต่างชาติ โดยเอกสารที่จะต้องใช้ในการสมัครจะประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองรายได้หรือสลิปเงินเดือน เดือนล่าสุด และสำเนาบัญชีส่วนตัวย้อนหลัง 3 เดือน และถ้าเป็นชาวต่างชาติ จะต้องใช้ สำเนาหนังสือเดินทาง และใบอนุญาตในการทำงาน หนังสือรับรองรายได้หรือสลิปเงินเดือน ในเดือนล่าสุด และสำเนาบัญชีส่วนตัวย้อนหลัง 3 เดือน ซึ่งบัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ดจะมีทั้งบัตรหลัก และบัตรเสริม โดยทั้งบัตรหลักและบัตรเสริมจะฟรีค่าธรรมเนียมในปีแรก ปีถัดไปบัตรหลักจะเสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท บัตรเสริม 1,000 บาท โดยค่าธรมมเนียมนี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และถ้าหากมีการใช้จ่ายผ่านบัตรหลักและบัตรเสริม ของเครดิตซิตี้ รีวอร์ด ถึงอัตราค่าธรรมเนียมที่ทางธนาคารกำหนด ( 100,000 บาท/12 รอบบัญชี ) จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีอัตโนมัติทันที

ลูกค้าที่สมัครบัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด จะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยนช์ที่เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และพารากอน โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิส่วนลด 5% ตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้าปกติภายในเดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ , รับส่วนลด 5% ที่โฮมเฟรชมาร์ท และกูร์เมต์มาร์เก็ต ( เมื่อมียอดการใช้จ่ายตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป ) , รับส่วนลดเพิ่มทันที 12.5% เพียงช้อปเท่าไรใช้คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ดเท่านั้น ที่เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ , รับสิทธิดอกเบี้ย 0% นานถึง 6 เดือน แบ่งชำระทุกชิ้นที่ห้างฯ เมื่อชำระสินค้ามูลค่า 1,500 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป , รับส่วนลดสูงสุด 38% สำหรับค่าเข้าชม มาดามทุสโซ่ ที่กรุงเทพมหานคร ในราคาพิเศษ 280 บาท/ท่าน , รับส่วนลด 40 บาทต่อที่นั่ง เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนต์ ในเครือ SF ในเขตกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ยังได้รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด 2 เท่า ทุกการใช้จ่ายผานบัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด ภานในห้าง เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ( คะแนนสะสมปกติ 25 บาท จะเท่ากับ 1 คะแนน สำหรับการใช้จ่ายปกติอื่นๆ ) และรับเครดิตเงินคืนเข้าบัญชี 2% เมื่อเติมน้ำมันที่ปั้มเซลล์ ผ่านบัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด ครบทุก 800 บาท ต่อเซลล์สลิป แต่ไม่เกิน 1,600 บาท ต่อเซลล์สลิป สูงสุดถึง 4,800 บาท ต่อเดือน และยังได้รับสิทธิในการคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 200,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด




รีวิวบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ ( Citi Prestige) - CitiBank



บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ  เป็นบัตรเครดิตของ Citi Bank โดยบัตรนี้ออกมาแทนบัตรเดิมที่ชื่อว่า Select Signature ถ้าลูกค้าสมาชิกเดิมท่านใดถือบัตร Select Signature อยู่แล้ว ทางธนาคารก็จะอัพเกรดให้เป็นบัตร Citi Prestige ให้อัตโนมัติโดยมีค่าธรรมเนียมรายปีเท่ากับบัตร Select Signature  

โดยบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ ทำออกมาให้กับกลุ่มลูกค้า Citi Gold ที่มีเงินฝากกับธนาคาร หรือเงินลงทุน 10 ล้าน เป็นอย่างต่ำ โดยเฉพาะ คุณสมบัติของการที่จะสมัครบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ นี้ได้จะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องมีรายได้อย่างน้อย 50,000 บาทขึ้นไปสำหรับคนไทย  80,000 บาทขึ้นไปสำหรับชาวต่างชาติ  โดยจะมีทั้งบัตรหลัก และบัตรเสริมให้กับลูกค้า บัตรหลักจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 7,900 บาท ต่อปี (ไม่รวมค่าภาษี)และจะได้รับบัตร Priority pass ด้วย  บัตรเสริมเสียค่าธรรมเนียม 1,900 บาท ต่อปี โดยไม่รวมค่าธรรมเนียมเช่นกัน 

แต่ถ้าหากลูกค้าไม่อยากเสียค่าธรรมเนียม จะต้องเป็นลูกค้าของ citi gold ทีมีมูลค่าการลงทุนกับธนาคารฯ ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยลูกค้าจะได้รับคะแนนสะสม Citi Reward เป็น 2 เท่า ทุก ๆ การใช้จ่าย 25 บาทผ่านบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ ภายในประเทศ และ ได้รับคะแนนสะสม Citi Reward เป็น 3 เท่า ทุก ๆ การใช้จ่าย ผ่านบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ เป็นสกุลเงินต่างประเทศ และอาจจะมีการรับคะแนนสะสมพิเศษตามการใช้จ่ายตลอดทั้งปี 

สำหรับการท่องเที่ยวจะได้สิทธิพิเศษบริการห้องพักรับรองพิเศษผ่านบัตร Priority pass กว่า 700 แห่ง ใน 120 ประเทศทั่วโลก ( จะได้รับสิทธินี้เฉพาะลูกค้าที่ถือบัตรหลักเท่านั้น ) และยังได้รับห้องพักฟรี ในคืนที่ 4 โรงแรมใดก็ได้ เมื่อจองและชำระผ่านบริการเลขาส่วนตัว และนอกจากนี้ยังจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งรับเครดิตเงินคืน 3% ที่ปั้มน้ำมันเซลล์ผ่านบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ ครบทุก 800 บาท ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับสิทธิพิเศษที่ห้องอาหาร และโรงแรมชั้นนำ ตลอดทั้งปี รับคะแนนสะสมพิเศษประจำปี ( Relationship Bonus ) ตามยอดการใช้จ่ายตลอดทั้งปี 

โดยยอดคะแนนสะสมพิเศษจะเพิ่มมูลค่าตามจำนวนปีที่เป็นสมาชิกกับกับธนาคาร (1 ปี ได้ 0.5 % , 2-5 ปี ได้ 1% , มากกว่า 5 ปี ได้ 2% ) และนอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษเกี่ยวกับการประกันต่างๆ เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน บริการช่วยเหลือภายในบ้าน สิทธิในการคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง สิทธิในการคุ้มครองการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาพยาบาลฉุกเฉิน เมื่อเกิดการบาดเจ็บ หรือป่วยระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ

บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ จะเหมาะสำหรับบุคคลที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว หรือเดินทางบ่อยๆ เพราะมีบัตร Priority pass ให้ และได้รับคะแนนสะสม Citi Reward เป็น 3 เท่า เมื่อใช้งานเป็นสกุลเงินต่างประเทศ 




วิธีการสมัครบัตรเครดิตผ่าน Thai Cards Money


สำหรับเพื่อน ๆ หรือลูกค้าท่านไหนที่ต้องการสมัครบัตรเครดิตผ่าน Thai Cards Money นั้น อันดับแรกแนะนำให้หา Package บัตรเครดิตที่เหมาะสมสำหรับตนเองก่อนครับ ซึ่งสามารถดูได้จากตารางเปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละบัตรเครดิตได้ที่หน้ารายการบัตรทั้งหมดได้เลย หลังจากเลือกแล้วให้จำไว้ครับ ว่าเราเองนั้นเลือก Package หรือว่าตั้งใจอยากได้บัตรเครดิตตัวไหน

จากนั้นให้ทำการคลิกสมัครบัตรเครดิต ผ่านผู้ให้บริการโดยตรง ซึ่งการสมัครรูปแบบนี้นั้น จะไม่ใช่เป็นการสมัครบัตรเครดิตผ่าน Thai Cards Money แต่อย่างใดนะครับ จะเป็นการสมัครบัตรเครดิตผ่านผู้ให้บริการจากธนาคารต่าง ๆ โดยตรง ซึ่งมีความปลอดภัยของข้อมูลอย่างแน่นอนครับ

หลังจากกรอกรายละเอียดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ให้รอทางธนาคารติดต่อกลับภายใน 1-2 วันทำการครับ ซึ่งปกติหลังจากกรอกข้อมูลแล้วก็จะติดต่อกลับเลยในวันถัดไป และรอพนักงานแจ้งขั้นตอนการส่งเอกสารต่างๆ  อีกครั้งครับ

เตรียมพบกับ Thai Cards Money เร็ว ๆ นี้


สำหรับเว็บไซต์ thaicardsmoney.com นั้นก็เปิดมาเพื่อเป็นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่ให้บริการข้อมูลทางด้านบัตรเครดิตโดยเฉพาะ ซึ่งก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับลูกค้า หรือผู้อ่านที่กำลังคิดจะสมัครบัครเครดิต หรือว่ามีปัญหาต่าง ๆ ทางด้านบัตรเครดิต ก็สามารถที่จะเข้ามาอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์นี้ ทางเราจะพยายามหาข้อมูล และมาเขียนให้อ่านทุก ๆ เดือน ซึ่งช่วงแรก ๆ อาจจะเขียนได้ไม่บ่อย เพราะว่าต้องเก็บข้อมูลในเรื่องบัตรเครดิตต่าง ๆ อย่างมากมาย อย่างไรก็ตามเราก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน ไม่มาก ก็น้อยครับ

ขอบคุณครับ

บัตรเครดิตกับการใช้จ่ายออนไลน์


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบัตรเครดิตและการเงินนั้น ถือว่ามีบทบาทในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งอนาคตบางครั้งก็อาจจะเรียกได้ว่า คนเหล่านี้แทบที่จะไม่ต้องถือเงินสดเลยก็ว่าได้ครับ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้บัตรเครดิตมีบทบาทค่อนข้างมากใน 2-3 ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากการใช้จ่ายผ่านระบบ Offline อย่างเครื่องรูดบัตร ก็จะเป็นระบบออนไลน์ต่าง ๆ ที่รับชำระผ่านเว็บไซต์ทันที

ตอนนี้หลากหลายเว็บไซต์ โดยเฉพาะกลุ่มเว็บไซต์ที่เป็นในรูปแบบ Shopping นั้น ตอนนี้ต่างก็มีระบบ Payments Gateway เป็นของตัวเอง ทำให้การจ่ายค่าสินค้าต่าง ๆ ผ่านบัตรเครดิตง่ายมากยิ่งขึ้น สะดวกมากยิ่งขึ้น นับว่าเป็นอีกก้าวของบัตรเครดิตที่สำคัญ ณ ตอนนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องโหว่ที่ต้องระวังกันมากขึ้นคือเรื่องของการใช้บัตรเครดิตต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ จะต้องมั่นใจในระดับหนึ่งในส่วนที่ว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีความปลอดภัยในการใช้จ่ายเป็นอย่างดี

  • บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รีวอร์ด
  • รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ดอกเบี้ย 20% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฟรี !!
  • ค่าธรรมเนียมรายปี ฟรี !!
  • ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน


นอกเหนือจากเว็บไซต์แล้ว ระบบ Apps ต่าง ๆ ที่อยู่ตามมือถือ ต่างก็มีระบบการรับชำระผ่านบัตรเครดิตเข้ามาเสริมด้วย ซึ่งก็มีส่วนที่จะผลักดัน Apps ให้มีบทบาทในการซื้อขายมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ในอนาคตหลาย ๆ คนที่เป็นนักวิชาการ จะบอกและเล่าอยู่เสมอว่าอาจจะไม่จำเป็นต้องไปฝากเงินในธนาคารก่อน เพื่อมาใช้บัตรเครดิต แต่อาจจะไม่มีการใช้เงินสดอีกต่อไป จะอยู่ที่บัตรล้วน ๆ ซึ่งก็ต้องรอดูโลกของอนาคตอีกครั้งหนึ่งครับ

สำหรับใครที่หันมาใช้จ่ายผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น แนะนำให้ศึกษาเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้นนะครับ

ความรู้ทางการเงินสำคัญอย่างไรในการใช้บัตรเครดิต


อันที่จริงบัตรเครดิตถ้ารู้จักใช้ก็จะมีแต่เพิ่มพูน และคุ้มค่า ในขณะเดียวกันในทางกลับกันก็สามารถทำให้ใคร ๆ หลายคนมีปัญหาในชีวิตได้เหมือนกัน วันนี้ก็เลยมีโอกาสจะมาเล่าบางสิ่งบางอย่างว่า ทุกครั้งที่เราใช้บัตรเครดิตนั้น ถ้าใช้ด้วยความมีสติ พอประมาณ ผมเองก็มองว่ามันเกิดประโยชน์อย่างมากนะครับ แต่ถ้าเราไม่รู้จักใช้บัตร ก็อาจจะสร้างความหายนะให้ชีวิตในระดับประมาณหนึ่งเช่นเดียวกัน ทุกวันนี้ผมมองว่าทุกคนเป็นหนี้ได้ ไม่ต้องกลัวครับ แต่ที่น่ากลัวคือหนี้เหล่านั้นไม่ได้สร้างประโยชน์ใด ๆ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายตัวอย่างคร่าว ๆ ว่าตัวอย่างการใช้บัตรเครดิตดี ๆ ที่นึกภาพชัดเจน มีแบบไหนบ้าง

ความรู้ทางการเงินถือว่ามีบทบาทอย่างมากในการช่วยให้ชีวิตของคนเรานั้น มีความรู้ในเรื่องของการเงินมากขึ้น สามารถตามหาความมั่งคั่ง หรือลดความประมาทในปัญหาทางการเงินได้เป็นอย่างมาก แต่ปัญหาส่วนใหญ่คนไทยคือนอกจากจะไม่รู้เรื่องการเงินแล้ว ยังมีปัญหาอีกอย่างคือการตระหนักรู้อีกด้วย

ดังนั้นการมีบัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องผิดครับ (หลาย ๆ คนชอบ Anti แต่เราก็ก่อหนี้กันทุกวัน ) ซึ่งก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นเราลองมาดูตัวอย่างคร่าว ๆ กันครับ อย่างบัตรเครดิตที่ผมเห็นส่วนใหญ่นั้น จะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยที่ 45 วัน นั่นหมายความว่าเมื่อกดเงิน หรือนำไปใช้จ่าย ภายใน 45 วันนับตั้งแต่ที่ได้ใช้ไปนั้น จะยังไม่มีการคิดดอกเบี้ย แล้ว 45 วันนี้เราสามารถไปทำอะไรได้บ้างครับ เราสามารถเอาเงินส่วนนี้ไปลงทุนทำอะไรก็ได้ครับ ที่มันงอกเงยแล้วก็เอาเงินมาทบใหม่อีกครั้ง แล้วเอาออกมาใหม่ก็ยังไม่สายครับ ขอเพียงแค่มีความรู้ที่จะนำเงินตรงนี้ไปลงทุนระยะสั้นก็พอ คือยืมเงินมาลงทุนสั้น ๆ แล้วก็คืนไป ได้กำไรเพิ่ม และดอกเบี้ยไม่เสีย ขอแค่รู้จักและมั่นใจในการทำธุรกิจในระดับหนึ่งก่อนแค่นั้นเอง

หรืออย่างเช่นเวลาเราช๊อปปิ้ง แทนที่จะจ่ายเงินสด เราก็เลือกที่จะจ่ายผ่านบัตรแล้วเก็บเป็นคะแนนสะสมในระดับที่สามารถนำคะแนนตรงนี้ไปทำประโยชน์ได้ ซึ่งปลอดดอก 45 วันนั้นผมคิดว่าถ้ามีเงินสดอยู่แล้ว แล้วทบทันทีในภายหลัง เราก็จะได้คะแนนและของที่อยากได้มา แถมได้ประโยชน์ในการนำไปแลกอย่างอื่นได้อีกด้วย นี่คือข้อดีอีกอย่างที่จูงใจให้คนนิยมใช้ครับ

ทุกอย่างมีด้านดี ด้านเสีย ถ้าเรามีความรู้ทางการเงินบ้าง จะทำให้มุมมองการใช้ประโยชน์จากสิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ

สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนสมัครบัตรเครดิต


สวัสดีครับ สำหรับบทความนี้ก็เป็นบทความแรกของ Thaicardsmoney.com นะครับ ซึ่งก็จะมาบอกว่า ก่อนที่เราจะสมัครบัตรเครดิตนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการรายไหนก็แล้วแต่ จะต้องมีวิธีการเลือกบัตรเครดิต หรือว่าสิ่งที่ควรรู้ในการสมัครบัตรเครดิตอย่างไรบ้าง ซึ่งในส่วนนี้ผมว่าก็ควรจะทำการศึกษากันไว้ครับ เพราะเวลาใช้งานบัตรจริง ๆ นั้น ถ้าเราเป็นคนใช้งานพร่ำเพื่อ สุดท้ายบางครั้งก็อาจจะพลาดโอกาสที่ดีไปได้ง่าย ๆ เหมือนกัน

1.ต้องดูชื่อบัตรเครดิต และจุดเด่นในการใช้งานก่อน
อันดับแรกที่เราควรดู คือชื่อบัตรเครดิต และจุดเด่นในการใช้งานก่อนเป็นลำดับแรกครับ หากถามว่าจุดเด่นในการใช้งานนั้นเป็นอย่างไร จุดเด่นก็คือข้อเด่น ๆ ที่เวลาเราเอาบัตรนี้ไปใช้แล้วจะเกิดประโยชน์เสริมในด้านไหนบ้าง อย่างเช่นบัตร KTC Cash Back Visa Platinum จุดเด่นของบัตรนี้ก็คือ เวลาเราไปทานร้านอาหาร ช๊อปปิ้ง เราจะได้คะแนนสะสมตลอดต่อเนื่อง สำหรับไว้แลก หรือเป็นส่วนลดในการ Shopping ต่อ ๆ ไป ซึ่งแน่นอนครับว่าเหมาะสำหรับคนที่ชอบช๊อปปิ้งโดยเฉพาะ

2.ดูในส่วนของรายได้ขั้นต่ำในการสมัครบัตรนั้น ๆ 
หลังจากดูชื่อบัตร และจุดเด่นในการใช้งานของบัตรนั้น ๆ แล้ว ต่อมาเป็นเรื่องของรายได้ขั้นต่ำในแต่ละเดือนครับ ซึ่งอย่าง KTC Cash Back Visa Platinum ใครที่สมัครจะต้องมีเงินเดือนหรือสลิปรายได้ ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท ในแต่ละเดือน ซึ่งก็จัดอยู่ในบัตรเครดิตทั่วไปที่สามารถสมัครกันได้ง่าย ๆ

3.ศึกษาในส่วนของวงเงินและดอกเบี้ย
ผู้ให้บริการให้เรายืมเงินไปช๊อปปิ้ง ไปใช้แล้ว ก็ต้องมีการคิดดอกเบี้ย สิ่งที่เราต้องศึกษาก็คือเรื่องของ วงเงินสูงสุดที่ใช้ได้, ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย, ยอดชำระขั้นต่ำ, ค่าธรรมเนียม รวมไปถึงดอกเบี้ยต่อปีด้วยครับ

4.สิทธิประโยชน์ก็ควรจดจำ
แต่ละบัตรนอกจากจุดเด่นที่บอกไว้ จะมีเรื่องของสิทธิประโยชน์ด้วยครับ แนะนำให้ศึกษาว่าบัตรที่ตัวเราเองถืออยู่นั้น จะใช้ไปในทางไหนได้บ้าง เพื่อให้เกิดคุณค่าสูงสุด และสามารถ Return กลับมาด้วยโปรโมชั่นต่าง ๆ หากเรารู้จุดนี้ และตรงกับที่เราใช้งานบ่อย ๆ ก็จะเกิดประโยชน์มาก ๆ ครับ